[EKP] chapter 1 part VI - the coincidence theory -

posted on 15 Feb 2014 21:41 by panuki-w in EKP directory Fiction, Cartoon

....ผะผะผะผ่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง /อะไร

แวะมาอัพแชป 1 ของ EKP ส่วนของมัทสึรินะครับ

อันนี้ทำมาเป็นแบบฟิคนะครับ แน่นอนว่าไม่ได้ทำภาพประกอบครับ(.....) /ม้วนเป็นเกลียว

-----

เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 ***** จิ้มเพื่อวาร์ปไปที่สารบัญ chapter 1 ของกลุ่ม Silvery Throne *****

 

=============================================================

 

prologue

         

            ฉันมีชื่อว่า โฮชิโซระ มัทสึริ

            อายุ : 17 ปี

            กรุ๊ปเลือด : B

            ผม : สีดำยาว

            นัยย์ตา : สีเขียว

            (และบางครั้งก็จะเปลี่ยนสีได้.... อ๊ะ)

            

             ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆเหรอ ?? ขอไม่บอกดีกว่า ???  ก็เด็กสาว ม.ปลายธรรมดาๆที่ไหนเขาจะอยากบอกทรีไซส์ของตัวเองให้คนอื่นรับรู้กันล่ะ ???  ไม่มีทางซะหรอก แต่ถ้าถามถึงเรื่องปกติๆอย่างงานอดิเรกละก็ เด็กสาว ม.ปลายธรรมดาๆคนนึงอย่างฉันก็พอจะบอกได้ละนะ

 

             ฉันมีงานอดิเรกที่แสนจะภาคภูมิใจอยู่ 2 อย่าง

             อย่างแรกคือฉันชอบเดินเล่นตามชานเมืองหรือที่ต่างๆในเวลากลางคืน

             อย่างที่สองคือฉันเป็นพวกชอบจดโน้ต

 

              .....อะไรนะ ??? จดโน้ตนี่ไม่น่าสนใจเหรอ ??? แต่ฉันสามารถบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าถ้าหากทุกคนได้อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกับฉัน การจดโน้ตนั้นจะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อเลย ไม่เลยซักนิด.....

              แน่นอน เพราะว่าสมุดโน้ตของฉันจดบันทึนทึกเรื่องราวต่างๆของคนคนหนึ่ง

              คนๆนั้นเป็นคนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดี ดีมากซะจนทุกๆคนคงจะไม่เชื่อ ฉันจดการกระทำของเธอคนนั้นอย่าง “เกือบๆละเอียด” ตั้งแต่เวลาที่เธอตื่นยันเธอเข้านอน บางทีถ้ามีเหตุการณ์แปลกๆในวันนั้นฉันจะจดอย่าง “ละเอียดยิบๆ” เลยทีเดียว

              .....อย่ามองฉันด้วยสายตาที่ราวกับว่าจ้องมองอาชญากรอยู่สิ.......

              กลับมาที่เรื่องของสมุดโน้ต

              ฉันรับรองได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆที่ฉันได้จดมันลงไปในสมุดโน๊ตเล่มนี้นั้นน่าสนใจและมีค่ามากพอให้ทุกๆคนอ่านมันทุกตัวอักษรจนลืมเรื่องที่ฉันทำตัวเป็นกึ่งอาชญากรเลยล่ะ

 

               .....เพราะสิ่งที่ฉันจดลงไปเป็นเรื่องราวของตัวฉันเอง......

               ......เรื่องราวของฉันที่เข้าไปพัวพันกับคนกลุ่มหนึ่ง.........

               ...

               ฉันถึงได้บอกไงว่ามันน่าสนใจ....

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- --------             

              - the coincidence theory -

             

               "วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม ปี---------- เวลา 17.05 น. "

               วันนั้นเป็นหนึ่งในวันที่ร้อนที่สุดในหน้าร้อนเท่าที่ฉันจำได้ มันร้อนมาก ร้อนซะจนทำให้ฉันที่ออกมาเดินเล่นเพื่อรอให้พระอาทิตย์ตกดินแล้วดูดาวอย่างสบายใจนั้นเกือบจะยกเลิกแผนการแล้วกลับไปนอนที่บ้านเลยทีเดียว ตอนนั้นฉันที่เดินเหงื่อแตกเหงื่อแตนได้เที่ยวหาที่กำบังแสงแดดร้อนระอุนั่นจนมาหยุดอยู่ที่ร้านขายขนมเก่าๆแถบชานเมืองที่ฉันคุ้นเคย

               ในขณะที่กำลังกัดแท่งไอศกรีมรสครีมโซดาอยู่หน้าร้าน หูของฉันก็ได้ยินบทสนทนาของเถ้าแก่เจ้าของร้านที่กำลังคุยอยู่กับหลานชายวัย 5 ขวบของเขา ฉันจับใจความได้คร่าวๆว่า

               “หลังพระอาทิตย์ตกดินห้ามไปที่ศาลเจ้า เพราะช่วงนี้มีคนพบเห็นเงาสีดำของผู้หญิงผมยาวออกมาหลอกหลอนและทำร้ายผู้คนเป็นประจำ แถมยังทำให้เกิดความเสียหายทางทรัพย์สินอีกด้วย”

               ...

               จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่ได้บอกทุกคนสินะว่าฉันกลัวผีมาก ถึงกับขนลุกซู่เลยล่ะ

               อะไรนะ ?? ในเมืองนี้มีผีด้วยเหรอ ??? ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยล่ะ ??? ยิ่งไปกว่านั้น เย็นนี้ฉันกะว่าจะไปดูดาวที่ศาลเจ้าด้วยนี่ !!!!???  หลังจากสติแตกอยู่พักใหญ่ฉันก็ตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่ดูดาวเป็นริมชายหาดแทน ถึงจะน่าเสียดายแต่ถ้าไปเจอผีที่ศาลเจ้าฉันก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ

               ระหว่างทางที่ฉันเดินจ้ำอ้าวด้วยความหงุดหงิดจากชานเมืองไปที่ชายหาด พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นลูกสุนัขตัวหนึ่งกำลังคาบตุ๊กตาตัวเล็กๆวิ่งตัดหน้าฉันไป

               ฉันมองตามหางที่สั่นอย่างรวดเร็วของมันอย่างไม่ได้คิดอะไรแล้วเดินต่อ......

               ( ทั้งๆที่สุนัขตัวนั้นกำลังจะเป็นกุญแจสู่เรื่องราวที่ฉันกำลังจะ...... อ๊ะ )

               อีกสิบกว่าเมตรจะถึงชายหาด ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าลืมกระเป่าสตางค์ไว้ที่ร้านขนมก็เลยหันหลังกลับเตรียมจะวิ่งไปที่ร้านขนม ทันใดนั้นฉันก็เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินไปทางศาลเจ้า

 

               .....คนแรกเป็นเด็กชายผมสีทองท่าทางเป็นผู้ใหญ่เดินนำหน้า

               เด็กผู้หญิงคนนั้นเอาแต่ก้มมองและคุยอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ของเธอ

               เด็กชายผมเทาที่ใส่เสื้อคลุมอย่างไม่เหมาะกับสภาพอากาศ

               ผู้ชายตัวสูงดูเบื่อโลกเดินเตะขาตามไป

               แล้วก็ผู้ชายพันผ้าโพกหัวอีกคนหนึ่ง.....
 
 
               ฉันที่นึกสงสัยในการกระทำของคนกลุ่มนั้นได้ตัดสินใจเดินตามไป

                โดยไม่ได้รู้ตัวว่าคนกลุ่มนั้นจะเป็นกลุ่มคนที่สำคัญมากที่สุดกลุ่มหนึ่งสำหรับฉันในภายหลัง

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


               " เวลา 19.21 น. วันเดียวกัน "

               ฉันเดินตามคนกลุ่มนั้นมาถึงศาลเจ้า .... แต่ทำไมฉันไม่เห็นใครคนอื่นเลยล่ะ ???

               คำตอบคือฉันหลงทาง

               ฉันหลงทางคนเดียวอยู่ในศาลเจ้ามืดๆ ที่มีผีลอยป้วนเปี้ยนไปมา ??

               ในเวลาแบบนี้ทุกคนคงจะเปิดโทรศัพท์ เปิด GPS แล้วเดินกลับบ้านอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ด้วยความที่ฉันไม่พกโทรศัพท์จึงได้แต่เดินงงๆคลำหาทางไปเรื่อยๆ ในใจก็กลัวว่าจะมีผีโผล่มาเอามือแตะไหล่จากข้างหลังหรือเปล่า

              

               ...แล้วก็มีมือของคน(?)มาแตะที่ไหล่ของฉันจริงๆ...

              

               ฉันสะดุ้งสุดตัว ล้มลงไปนั่งยองๆ เอามือปิดตาอยู่อย่างนั้น น้ำหูน้ำตาไหลพราก ตัวสั่น ราวกับเด็ก

               เมื่อได้สติฉันค่อยๆเงื้อมมือที่ปิดหน้าของตัวเองออกมาเพื่อดูว่ามือนั้นที่แตะไหล่ของฉันเป็นมือของใคร พอฉันเอามือออกรวดเดียว ในวินาทีนั้นฉันก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อยเมื่อรู้ว่ามือนั้นเป็นของคน และเท่าที่ฉันจำได้ เจ้าของมือเย็นๆนั่นเป็นของผู้ชายท่าทางเบื่อโลกในกลุ่มคนนั้นนั่นเอง

              

               เขาบอกว่าเขาชื่อ " อาโอ "

              

               ฉันเริ่มรู้สึกงงแปลกๆตอนที่เขาบอกว่าเขาเป็นสมาชิกหมายเลขห้าของกลุ่มๆนั้น แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยในความมืดกลางศาลเจ้านี่ก็ไม่ได้มีฉันคนเดียว ฉันคุยกับปรับความเข้าใจกับเขาหลายเรื่องราวกับว่าได้เพื่อนใหม่เลยล่ะ

               ในระหว่างที่เราสองคนหาทางเดินกลับก็มีเสียงพุ่มไม้สั่น เหมือนคนที่กำลังเดินตาม ฉันที่รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีจึงหันหลังกลับไปดู

               นั่นเป็นเพื่อนชายร่วมชั้นของฉันเอง เขาท่าทางเหนื่อยหอบ ตัวสั่น ทำตาขวาง ในมือของเขาถือมีดมองไปที่อาโออย่างเคียดแค้น เขาพุ่งเข้าหาอาโอราวกับฆาตกรในภาพยนตร์ที่กำลังจะสังหารเหยื่อ

              

                .....ฉันที่รับรู้ได้ว่าหากปล่อยไว้สถานการณ์จะเลวร้ายมากๆได้ใช้ “พลัง”

                พลังจากดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงของฉัน.....

 

               หลังจากใช้พลังนั้นทำให้ฉันได้รู้ว่าเขา เขาผู้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉันเป็นสโตกเกอร์ที่คอยติดตามฉันอยู่มาตลอด และรู้สึกโมโหเมื่อเห็นว่าฉันคุยกับอาโออย่างสนิทสนม ฉันที่รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาได้คุยเพื่อปรับความเข้าใจกัน ฉันกับเขาคุยกันอยู่นานประมาณยี่สิบนาทีเขาก็ยอมกลับไป

               (หลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกเลย)

               ระหว่างที่นั่งเหนื่อยอยู่ได้ซักพัก ฉันก็เห็นเงาของคนกลุ่มใหญ่ๆที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา ในใจก็คิดว่าจะมีอะไรมาอีกเหรอ ??? ถ้าเป็นสโตกเกอร์อีกจะเอายังไงดี ??? สุดท้ายฉันที่กำลังตั้งท่าเทควันโด้มั่วๆนั่นก็ต้องรู้สึกอายเมื่อรู้ว่าเงากลุ่มนั้นก็คือกลุ่มคนที่ฉันเดินตามมาที่ศาลเจ้านี่

               พรรคพวกของอาโอนั่นเอง

               ...

               ..

               .

   

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                บทสนทนายาวเหยียดเพื่อแนะนำตัวระหว่างฉันกับคนกลุ่มนั้นที่เรียกตัวเองว่า “Silvery Throne” ฉันขอไม่เอามาพูดแล้วกันนะ เอาเป็นว่าพวกเขาทุกคนล้วนเป็นท่าทางไว้ใจได้ ไม่เป็นสโตกเกอร์อย่างแน่นอน

                (ภายในใจก็นึกว่าเดี๋ยวนี้เด็กเขาเล่นกันเป็นจริงเป็นจังขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย)

                 พวกเขาบอกอีกว่าทุกคนในกลุ่มล้วนแล้วเป็น “ผู้ใช้พลังจากดวงตาสีแดง” เหมือนๆกับฉัน หลังจากที่อาโอได้บอกกับพรรคพวกของเขาเรื่องที่ฉันแอบใช้พลังของตัวเอง พวกเขาก็ทำหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่ฉัน

               

                 พวกเขาชวนให้ฉันเข้ากกลุ่ม Silvery Throne ……...

              

                “ห้ะ เดี๋ยวก่อนๆๆๆๆๆๆๆ ให้คนแบบชั้นไปเล่นเป็นแก๊งมาเฟียกับทุกคนแบบนี้จะดีแล้วเหรอ”

                 แทนที่ฉันจะพูดแบบนั้นออกไป แต่ด้วยความรักเด็ก(?)ของฉัน ฉันจึงได้ตอบรับข้อเสนอของพวกเขาไป แทบจะไม่ได้ใช้สมองเพื่อประมวลผลใดๆเลยแม้แต่นิดเดียว

 

                 เอาเป็นว่าบทสรุปของเรื่องราวที่ฉันพยายามเล่ามาทั้งหมดคือ ฉัน... โฮชิโซระ มัทสึริ ได้บังเอิญไปยินข่าวลือบางอบ่าง บังเอิญหลงทางในศาลเจ้า บังเอิญเจอสตอล์คเกอร์ บังเอิญใช้พลังในที่สาธารณะ และบังเอิญกลายเป็นสมาชิกหมายเลข 7 ของกลุ่มช่วยเหลือผู้ใช้พลังที่ชื่อว่า Silvery Throne ไปซะแล้ว

                 ....นั่นทำให้ชีวิตประจำวันธรรมดาๆ ที่ผ่านมาของฉันหายวับไปในทันที

 

                 แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะฉันชอบทุกคนในกลุ่มนี้ ทุกคนเป็นคนดี ถึงแม้จะมีทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆในเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างเรื่องค่าใช้จ่ายหรือของกินบ้าง ก็นับได้ว่าเป็นกลุ่มที่ถ้ามีโอกาสได้อยู่ก็ไม่ควรพลาดโอกาสนั้นไปเลยล่ะ

                 .....ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงทำงานอดิเรกที่ฉันรัก ฉันยังคงออกมาเดินเล่นในเมืองเพื่อดูดาวสว่างระยิบระยับพวกนั้นในตอนกลางคืนและฉันยังรอคอยเวลาที่จะได้บันทึกเรื่องราวน่าตื่นเต้นของฉันในกลุ่ม Silvery Throne นี้อยู่ตลอดมา.....

                 ....

                 ...

                 ..

                 .

 

                ....แล้วกระเป๋าสตางค์ของฉันอยู่ไหนเนี่ย !!!??

               (ความจริงของเรื่องราวในครั้งนี้เอย เรื่องราวของลูกสุนัขตัวนั้นกับตุ๊กตาตัวนั้นเอย ฉันจะเล่าทีหลังเมื่อมีโอกาสนะ มันน่ามหัศจรรย์มากจนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว)

 

- fin -

==============================================================

 
 
จบแล้วครับจบแล้ว จขบ. พยายามแต่งให้รวบรัดได้ใจความและน่าอ่าน(?)ที่สุดเท่าที่จะทำได้ละครับ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้วาดภาพประกอบนะครับ (ขนาดตัวเองอ่านยังอิมเมจภาพลำบากมาก) ขอโทษอีกทีครับ เผอิญไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ว่าแต่สนุกดีเหมือนกันนะ55555555555
 
เจอกันเอนทรีหน้านะครับ / โค้ง

Comment

Comment:

Tweet